ว่างซินโดรม

posted on 29 Nov 2011 23:58 by tonevil
ห่างหายจากการเข้า blog ของตัวเองมานานมากๆ
อันเนื่องมาจากการจำต้องไปใช้ชีวิตแบบคนเรียนปริญญาโท คือ
...เมื่อเรียนโท คุณจะมีเวลาพักผ่อนน้อยลง (โดยเฉพาะคนเอาดีทางนอนอย่างผม อันนี้กระทบชีวิตมากๆ)
... เมื่อเรียนโท คุณจะมีเวลาเจอเพื่อนคุณน้อยลง (แต่คุณก็จะมีเพื่อนใหม่เป็นคุณป้าบรรณารักษ์ พี่พม่าที่
    ร้านถ่ายเอกสาร พนักงานเซเว่นช่วงกะตีสองถึงหกโมงเช้า เพราะคุณจะเจอพวกเค้าเหล่านี้เกือบทุกวัน)
...เมื่อเรียนโท คุณจะแข็งมากขึ้น ตานะครับ อย่างอื่นไม่แน่ใจ (เพราะปริมาณกาแฟที่คุณดื่มแต่ละวัน
   มันจะมากขึ้นหลายเท่า คุณจะเริ่มนอนดึกขึ้น และในที่สุดก็จะไม่นอนเลย โดยเฉพาะวันก่อนส่งงาน)
... เมื่อเรียนโท คุณจะมีเวลาให้กับคนที่คุณรักน้อยลง อันจะนำมาซึ่งการทะเลาะเบาะแว้ง บาดหมาง
    ระแวงแคลงใจ  น้อยใจ ช้ำใจ เสียใจ บลาๆๆๆ ทั้งหมดส่งผลให้คุณทำรายงานไม่เสร็จ
    แล้วทั้งการเรียนและความรักก็พินาศสิ้น  แต่ผมไม่เป็นนะ เพราะคนที่ผมรักเค้า(ข้างเดียว)  
    ก็นั่งเรียนอยู่ด้วยกัน
    ทั้งหมด มันเป็นอาการของคนเรียนโท มั้ง ไม่รู้คนอื่นเค้าเป็นกันหรือป่าว แต่ผมเป็น....
    แต่จากมหาอุทกภัยที่พัดพาเข้าสู่กรุงเทพและบ้านแม่ของผมซะจนตอนนี้ยังเข้าไปนอนไม่ได้
    เนื่องจากบ้านยังเป็นบ่อปลาที่มีน้ำระดับหัวเข่า มันก็ทำให้ผมได้พักยาว เพราะมหาลัยผม
    เปิดเรียนโน่น 9 มกรา 55 ทั้งๆที่ผมเรียนที่ท่าพระจันทร์ ไม่มีคราบน้ำซักนิด เพราะตอนนี้ท่าพระจันทร์
    กลายเป็นที่ราบน้ำท่วมไม่ถึงไปซะแล้ว แต่ก็เข้าใจนะว่าทุกอย่างมันคงยังไม่พร้อม มกรา ก็มกรา

พอได้พักยาวๆแบบนี้ (พักการเรียนตอนเย็นอ่ะนะ งานยังต้องไปทำเหมือนเดิม Frown)

มันก็ทำให้เวลาที่คุณเคยสูญเสียกับการไปเรียนและนั่งทำรายงาน มันคืนกลับมา

คุณจะมีเวลานอนมากขึ้น มีเวลาไปอยู่กับเพื่อนมากขึ้น มีเวลาไปทำนู่นทำนี่ที่อยากทำมากขึ้น

... แต่นั่นก็นะ มันก็จะทำให้คุณมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้นไปด้วย คุณจะมีเวลาที่เหลือให้คุณ

    มานั่งฟุ้งซ่านได้มากขึ้น เพ้อได้มากขึ้น ฟังเพลงเศร้าๆแล้วนั่งเหงาได้หลายเพลงขึ้น

    คุณจะมีเวลาให้นึกถึงเรื่องราวในอดีต (โดยเฉพาะเรื่องที่เจ็บ ที่ปวดใจ)ได้เพิ่มมากขึ้น

คนเราเนอะ พอเวลาไม่มีก็เรียกร้อง บ่นๆว่าอยากทำนู่นทำนี่แต่ไม่มีเวลา แต่พอมันมีเวลา

มันว่างมากเกินไป ก็อยากได้ชีวิตทีวุ่นวายกลับคืนมา เพราะเมื่อไหร่ที่ชีวิตที่มันว่าง

มันก็ทำให้อะไรๆต่างก็ถาโถมเข้ามาเพื่อเติมเต็มความว่างนั้น ไม่เว้นแม้แต่ความเหงา

และความเศร้า ที่เข้ามากันอย่างเต็มที่

 

หาความพอดีไม่ได้เล้ยชีวิต 

อันนี้ก็เหมือนกัน ไม่รู้ว่าคนอื่นเค้าเป็นกันหรือป่าวนะไอ้อาการแบบนี้ แต่ผมเป็น...

 

 

edit @ 30 Nov 2011 00:41:52 by Tonevil

ทำงาน+เรียน สุดๆ

posted on 27 Apr 2010 11:30 by tonevil

สอบข้อเขียน ปริญญาโท ธรรมศาสตร์

ข้อสอบข้อเขียนยากเว่อร์ 4 ข้อ วิเคราะห์นู่น วิเคราะห์นี่ บ้ากันไป...

สอบผ่าน.... ดีใจสุด

สอบสัมภาษณ์ ..

ให้วิเคราะห์นโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบัน และสภาพปัญหาเศรษฐกิจ -__-"

ก็แหลไปเรื่อยเปื่อย......

ผลสอบ..... ได้เข้าเรียน ........................ดีใจเว่อร์

31 มีนาคม เริ่มเรียนวิชาแรก ...... 

เลิกงาน 4 โมงครึ่ง เริ่มเรียน 5 โมง

หนทางเดียวที่จะเดินทางไปเรียนทัน วินมอไซค์.... -__-"

ควันพิษ รถติด แดดร้อน ...... นรกชัดๆ

 

ตอนเริ่มเรียนใหม่ๆ เนื้อหาสนุก ตื่นเต้น  เหนื่อย ร้อน ทรมานจากการเดินทางแค่ไหน ก็โอเคว่ะ

เริ่มเรียน เนื้อหาเริ่มหนักขึ้น เดินทางโหดเหมือนเดิม ... อืม ชักเหนื่อยๆแหะ

 

ณ ตอนนี้ เนื้อหามากมายมหาศาล 3 วิชา เรียน จ.อ.พ.พฤ.ส(เต็มวัน) สมองฉีก

เดินทางด้วยความทรมานกับแดดที่แสดโหดร้าย

 

........... เหนื่อยโว้ย.............. ............................................ -_-"

 

 

แถมเมื่อวานในคาบเรียน อาจารย์บอกว่า ช่วงนี้ถือว่าชิวสุดแล้ว

เปิดเทอมจิงๆ โหดกว่านี้มาก................

 

 

 

สุข ใส

posted on 11 Feb 2010 20:41 by tonevil

ทุกวันนี้ เป็นสิวนิดนึงก็เครียดสุดๆแล้ว ต้องหายามาหยอด มาแต้ม มาทา

แต่นี่ครับ ตอนนี้ สุดๆครับ สุดจะบรรยาย

เป็น อิสุกอิใสครับ .................

เอากะเค้าซิครับ อายุ 25 แล้วค่อยมาเป็น วัคซีนก็ไม่ได้ฉีดไว้

ผลที่ออกมาก็เลย .............. คางคกครับ คางคกดีๆนี่เอง

.... อาการแรกเริ่ม มีไข้เล็กๆ ปวดเมื่อยนิดๆ ประหนึ่งหวัดทั่วไป ให้เราตายใจ

จากนั้นเริ่มพบจุดๆแดงๆ ... ( ลักษณะแดงพื้นๆเล็กๆเหมือนยุงกัดอ่ะครับ)

ก้ไม่ได้เอะใจอะไร ครายจะคิดอ่ะนะว่าจะเป็น

เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ไปมีเพศสัมพันธ์ เอ้ย สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคนี้แต่ประการใด

จนกระทั่งครับ เย็นของวันเสาร์ที่ผ่านมา

พบตุ่มใสที่บริเวณโคนขาด้านใน ก็ยังไม่รู้ตัวอีก

คิดว่าเกิดจากการใส่กางเกงเดฟมากเกินไป เลยเสียดสี (โง่สุด คิดไปได้)

เย็นวันเสาร์ก็ยังออกไปเริงร่านอกบ้านอย่างมีความสุข

ปรากฎเช้าวันอาทิตย์ ไม่ซิ กว่าจะตื่นก็เที่ยงกว่าแล้วมั้ง

คลำพบคุ่มใสขนาดเล็กๆ บริเวณคออีกเม็ดนึง

เริ่มไม่สบายใจ เอ หรือจะเป็น.... ไม่มั้ง ก็ป้องกันนิ ....

เพื่อความสบายใจ เลยเดินทางไปพบแพทย์ เอาให้ชัวร์ เอาให้ชัวร์กันไป

หมอถาม เป็นไรมาครับ( ทำไมชอบถามแบบนี้ รู้จะมาหาท่านมะละครับ )

"สงสัยว่าจะเป้นอิสุกอิใสครับ พอดีสังเกตเห้นตุ่มๆใส" ตอบแบบคนมีความรู้นิดนึง

"เหรอ ไม่มั้ง หมอว่า ถ้าเป็นตุ่มต้องใหญ่กว่านี้นะ นี่เล็กนิดเดียวเอง" หมอตอบมาอย่างมั่นใจ

 "เอางี้ละกันนะ รอดูอาการซักพัก อาจะเพราะอากาศเปลี่ยน พักผ่อนน้อย

ร่างกายเลยขาดภูมิต้านทาน บลาๆๆๆๆ (เหมือนหมอทุกคนท่องมา)"

.... เช้าวันจันทร์เลยตัดสินใจ ไม่ไปทำงาน เพราะกลัวว่าจะเป็นจิงๆแล้วเอาเชื้อไปติดคนอื่น

และในที่สุด มันก็เป้นความจริง เมื่อตุ่มที่หนึ่ง สอง สาม สี่ .... และอีกมากมายยยยยยยยย

พยายามแย่งพื่นที่ผิวหนัง ในการผุดขึ้นมา ผุดขึ้นมา ใส แวววาว ดูงดงามเชียววววววว

เมื่อตุ่มใส เต็มตัว ก็เริ่มทำอะไรลำบาก ใส่เสื้อ ถอดเสื้อ

และที่สำคัญที่สุด  ตอนนอนครับ ทรมานมาก พลิกตัวก็เจ็บไปหมด แทบจะไม่ได้นอนอ่ะ

แต่ ณ ตอนนี้ ไอ้ตุ่มใสมันเริ่มจะแห้งแล้วครับ หลายคนบอกว่า ต้องรอให้มันแห้ง

แล้วหลุดออกไปเอง อย่าไปแกะ เกาเด็ดขาด เพราะมันจะกลายเป็นตราบาปตลอดชีวิต

คันสุดๆครับ อยากเกามาก แต่ก็คิดถึงความพยายามในการดูแลผิวหน้าที่มันก้ไม่ได้ดูดีซักเท่าไหร่

ก็อย่าไปเกามันเลยจะดีกว่า

 

แต่ถึงจะเจอกับช่วงเวลาอันทรมานของร่างกาย

แต่มันก็เป็นช่วงเวลาดีๆ ที่มาพร้อมกับคนคนหนึ่ง

ที่โทรมาถามอาการทุกวัน วันละสี่ห้ารอบ

และวันนี้เค้าก็เอาของมาเยี่ยมถึงบ้าน ทั้งๆที่สั่งแล้วว่าไม่ไห้มาเยี่ยม

(ครายจะอยากเจอตอนที่หน้าเป็นอุทัยเทวีซะขนาดนี้ล่ะ)

 

เค้าว่ากันว่า เดทครั้งแรก จะเป็นอะไรที่สุขสุดๆ

แต่ทำไมของเรา ทั้ง สุข ทั้ง ใส เลยวะ